ยินดีต้อนรับสู่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอปลาปาก


laughing ยินดีต้อนรับสู่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอปลาปาก นะครับ ระบบงานต่างๆ ท่านสามารถเลือกจากเมนูทางด้านซ้ายได้เลยครับ เราได้จัดทำไว้ให้ครบการทำงานแล้วครับ หรือ ถ้าท่านต้องการส่งข่าวสารบทความ ท่านสามารถส่งมาได้โดยสมัครเข้าเป็นสมาชิกเวบไซต์ แล้วเราจะเปิดระบบให้ท่านส่งข้อมูลมาประชาสัมพันธ์ได้ smile


ปลาเว้า (ปลาพูด) ส่วนคำว่า “ปาก” นี้ในภาษาถิ่นอีสานเป็น คำกริยาหมายถึง พูด ดังนั้นปลาปากก็คือ ปลาพูด หรือ ปลาเว้า นั่นเอง ชาวบ้านจึงได้ตั้งชื่อว่า ปลาปาก ตั้งแต่นั้นมา
2.ประวัติการตั้งเป็นอำเภอปลาปาก
      ปลาปากเคยเป็นพื้นที่สีชมพูมาก่อน เนื่องจากการขัดแย้งความคิดทางด้านการเมืองการปกครองระหว่างชาวบ้านกับฝ่ายปกครอง มีการต่อสู้ด้วยเลือดเนื้อและชีวิตมีผู้คนที่ต้องสังเวยชีวิตต่อเหตุการณ์จำนวนมาก มีการจัดตั้งกองร้อยอาสารักษาดินแดนและจัดตั้งให้เป็นกิ่งอำเภอ
ปลาปาก เดิมเป็นตำบลหนึ่งขึ้นอยู่กับอำเภอเมืองนครพนม ต่อมาเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2507 ทางราชการได้ยกฐานะขึ้นเป็นกิ่งอำเภอ ประกอบด้วย 3 ตำบล คือ ตำบลปลาปาก ตำบลหนองฮี และตำบลกุตาไก้ ได้แต่งตั้งร้อยโทวิชัย บุญรัตนผลิน รักษาราชการในฐานะปลัดอำเภอหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ ปลาปาก ต่อมาเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514 จึงได้การยกฐานะเป็นอำเภอ ปลาปาก ประกอบด้วย 8 ตำบล คือ ตำบลปลาปาก ตำบลหนองฮี ตำบลกุตาไก้ ตำบลนามะเขือ ตำบลโคกสูง ตำบลมหาชัย ตำบลโคกสว่าง และตำบลหนองเทาใหญ่ (ตำบลหนองเทาใหญ่ยกฐานะขึ้นเป็นตำบลเมื่อปี 2521)

3.ชาติพันธุ์
จากการสืบค้นข้อมูลชาวพื้นเมืองของอำเภอปลาปาก ทำให้ทราบว่าอำเภอปลาปากประกอบด้วยชนเผ่าดั้งเดิม จำนวน 5 เผ่า ได้แก่
1.เผ่าไทกะเลิง อาศัยอยู่ในเขตตำบลกุตาไก้ ตำบลนามะเขือ และตำบลหนองเทาใหญ่
2.เผ่าภูไท อาศัยอยู่ในตำบลหนองฮี ตำบลโคกสว่าง
3.เผ่าไทอีสาน อาศัยอยู่กระจายไปทุกตำบล
4.เผ่าไทญ้อ(ย้อ) อาศัยอยู่ในตำบลโคกสูงและตำบลมหาชัย
5.เผ่าไทโส้ อาศัยอยู่ในเขตตำบลโคกสูงและตำบลมหาชัย

4.การประกอบอาชีพ
       ราษฎรชาวอำเภอปลาปากส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหลักทางด้านการเกษตร คือ การ
ทำนา ทำไร่ ปลูกผัก และเลี้ยงสัตว์ ปัจจุบันทางราชการกำลังส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกยางพารา นอกจากนี้ยังประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้เฉลี่ยของประชากรประมาณ 37,676 บาท ต่อปี (ข้อมูล ณ เดือน มกราคม 2560)

5.ศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี
5.1 ด้านศาสนา
ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธประมาณร้อยละ 99 นอกนั้นนับถือศาสนาอื่นๆ
5.2 ด้านวัฒนธรรมและประเพณี
ชาวปลาปากส่วนใหญ่ยังคงปฏิบัติตามประเพณี “ฮีตสิบสองครองสิบสี่” เช่น การสืบทอดประเพณีการเลี้ยงผีปู่ตา ประเพณีแห่เทียนพรรษา การรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ในประเพณีสงกรานต์ ประเพณีเหยา ประเพณีลงแขก บุญมหาชาติ บุญแจกข้าว บุญข้าวประดับดิน ทำบุญตักบาตรในวันขึ้นบ้านใหม่ การส่งเสริมการละเล่นพื้นเมือง ดนตรีพื้นเมือง คณะกลองยาว และการได้เป็นตัวแทนรำศรีโคตรบูรณ์ไปรำบูชาพระธาตุพนมในช่วงวันออกพรรษาของทุกปี
5.3 ประเพณีสงกรานต์
ในวันที่ 14 เมษายนของทุกปี ณ สนามที่ว่าการอำเภอปลาปากจะมีการจัดงานวันสงกรานต์ มีพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การประกวดขบวนแห่นางสงกรานต์และการประกวดนางสงกรานต์แต่ละตำบล
5.3 ประเพณีบุญมหาชาติแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง
5.4 ประเพณีบุญผ้าป่าบุญกองข้าว จัดหลังฤดูเก็บเกี่ยว
5.5 ประเพณีลอยกระทง ประเพณีลอยกระทงจะจัดเป็นประจำทุกปี มีการประกวดกระทง ประกวดนางนพมาศและประกวดร้องเพลงลูกทุ่งเพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีที่ดีงามของไทยเอาไว้
5.6 งานนมัสการพระธาตุมหาชัย ตรงกับช่วงวันขึ้น 13 14 และ 15 ค่ำเดือน 4 ของทุกปี
6. สถานที่ท่องเที่ยวและของดีอำเภอปลาปาก
สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ และของดีอำเภอปลาปากมีดังนี้
6.1วัดธาตุมหาชัยหลวงปู่คำพัน โฆษะปัญโญ 
ตั้งอยู่ที่บ้านมหาชัย หมู่ 2 ตำบลมหาชัย เป็นที่ประดิษฐานขององค์พระธาตุมหาชัย ซึ่งเป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดนครพนมและชาวอำเภอปลาปากให้ความเคารพนับถือ เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระอรหันต์ โดยมีหลวงปู่คำพันธ์ โฆษปัญโญอดีตเจ้าอาวาสวัดธาตุมหาชัยเป็นผู้นำในการก่อสร้างองค์พระธาตุ ภายในมีพระพุทธรูปที่แกะสลักด้วยไม้สะเดาหวานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาเคารพกราบไหว้อยู่เสมอ ในเดือนมีนาคมของทุกปีจะมีงานนมัสการพระธาตุมหาชัย

6.2พระธาตุมหาชัย
พระธาตุมหาชัยองค์เดิม สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.2518 โดยดำริของหลวงปู่ หลังจากที่หลวงปู่ได้นำพาญาติโยมมาสร้างบ้านมหาชัยและสร้างวัดโฆษการาม ต่อมาจึงดำริที่จะสร้างพระธาตุขึ้น เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวพุทธ โดยได้รับความร่วมมือจากญาติโยม ชาวตำบลมหาชัยได้นำเอาหินลูกรังและดินมากองรวมกันให้เป็นเนินสูงเพื่อจะให้เป็นฐานพระธาตุ จนได้เนินสูงพอสมควร ต่อมาได้มีหน่วยงานของทางราชการมาช่วย เช่น หน่วยงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (ร.พ.ช.) ได้นำรถแทร็กเตอร์มาช่วยทำฐานพระธาตุเพียงหยาบๆ จนได้ฐานพระธาตุกว้าง 17 เมตร ยาว 23 เมตร สูง 4.50 เมตร การสร้างพระธาตุหลวงปู่ได้ดำเนินการสร้างแบบค่อยเป็นค่อยไป อาศัยกำลังจากญาติโยมและพระภิกษุสามเณรในวัดพ.ศ.2512 ศิษย์หลวงปู่คนหนึ่งคือพระมหาเฉวตวชิรญาโณ
จำพรรษาอยู่ที่นครเวียงจันทร์ ประเทศลาวได้เดินทางมาเยี่ยมนมัสการหลวงปู่และได้นำเอาพระอรหันต์สารีริกธาตุของพระอัญญาโกณฑัญญะปฐมสาวก ถวายแด่หลวงปู่เพราะเลื่อมใสเห็นว่าหลวงปู่กำลังสร้างพระธาตุ
พ.ศ.2514 หลวงปู่ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์พระธาตุขึ้น โดยได้อาราธนาพระเทพรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดนครพนมในสมัยนั้นมาเป็นประธานในพิธีสงฆ์ ทางฝ่ายบ้านเมืองได้เชิญ พลตรี ยง ณ นคร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมเป็นประธาน แต่ท่านผู้ว่าฯ ติดราชการจึงให้พันตรี อรุณ สังฆบรรณ ปลัดอำเภอ ผู้เป็นหัวหน้ากิ่งอำเภอ ปลาปาก มาทำหน้าที่เป็นประธานแทน เมื่อเสร็จจากพิธีวางศิลาฤกษ์แล้วได้ลงมือก่อสร้างองค์ พระธาตุโดยพระมหาเฉวตวชิรญาโณ เป็นช่าง และนายทองดี ศรีสุวงค์ เป็นผู้ช่วย ได้ก่อสร้างขึ้นมาจนถึงพระธาตุรูป 8 เหลี่ยมสูงประมาณ 7 เมตร ในการก่อสร้างองค์พระธาตุได้อาศัยกำลังทรัพย์จากญาติโยมชาวตำบลมหาชัยและตำบลใกล้เคียงได้บริจาคในรูปปัจจัยบ้าง วัสดุก่อสร้างบ้าง เช่น หิน ซึ่งถากเป็นแผ่นๆ กว้าง 15 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร หนา 10 เซนติเมตร พ.ศ.2515 นายพิศาล มูลศาสตรสาทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมสมัยนั้น เดินทางมาตรวจเยี่ยมชุดคุ้มครองตำบลมหาชัยท่านได้เห็นพระธาตุ จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาได้เข้ามากราบนมัสการหลวงปู่และได้ปวารณาตัวขอเป็นผู้อุปถัมภ์ ต่อมาท่านได้ให้นายช่างหน่วยเร่งรัดพัฒนาชนบทเขียนแบบแปลน พระธาตุขึ้นนำเสนอหลวงปู่ และได้ดำเนินการก่อสร้างองค์พระธาตุตามแบบแปลนจนเป็นผลสำเร็จสวยงาม
พ.ศ.2517 พลตำรวจโท วิศิษฐ์ เดชกุญชร (ยศในขณะนั้น) ราชองครักษ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมค่ายคุ้มครองตำบล (ช.ค.ต) และชุดปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน (ป.ช.ป.) ท่านได้มาเห็นองค์พระธาตุก็เกิดความเลื่อมใส ได้ถามประวัติความเป็นมา หลังจากนั้นท่านได้นำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ต่อมาเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2518 ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา พระพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงนำพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ที่องค์พระธาตุมหาชัยและเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุด้วยพระองค์เอง พร้อมด้วยข้าราชบริพารและพสกนิกรฯ
ในปี พ.ศ.2536 หลวงปู่ได้ดำริที่จะสร้างองค์พระธาตุเจดีย์ครอบองค์เดิม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ในวโรกาสที่พระองค์ทรงครองราชย์สมบัติครบ 50 ปี ในปี พ.ศ.2539 หลังจากนั้นจึงได้ดำเนินการก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นในลักษณะเดิม คือมีรูปทรงแปดเหลี่ยมครอบองค์เดิม ระยะห่างจากองค์เดิมกว้าง 1 เมตร พระธาตุที่สร้างครอบนี้สูงรวมฐาน 37 เมตร ที่คงรูปทรงแปดเหลี่ยมนั้นมีความหมายเป็นปริศนาธรรมของหลวงปู่ คือ พระธาตุรูปทรงแปดเหลี่ยม หมายถึง มรรคมีองค์แปดและที่สูง 37 เมตร หมายถึง ธรรมเป็นเครื่องตรัสรู้ 37 ประการ (โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ) มรรค 8 มีสัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ, สัมมาอาชีวะ เลี้ยวชีวิตชอบ, สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ, สัมมาวาจา เจรจาชอบ, สัมมากัมมันตะ ทำการงานชอบ, สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ, สัมมาสติ ระลึกชอบ, สัมมาสมาธิ ตั้งใจชอบ โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ ได้แก่ สติปัฏฐาน4, สัมมัปปธาน4, อิทธิบาท 4, อินทรีย์ 4, พละ 4, โพชฌงค์ 7, มรรคมีองค์ 8 องค์พระธาตุมหาชัยองค์ใหม่ที่สร้างครอบองค์เดิมนั้น สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.2539 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัววชิราลงกรณบดิทรเทพยางกูร เสด็จยกฉัตรพระธาตุเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539
ตำแหน่งที่ตั้ง
อำเภอปลาปาก เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดนครพนม ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอเมืองนครพนม ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 44 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 675 กิโลเมตร

อาณาเขต
อำเภอปลาปากมีเนื้อที่ทั้งสิ้น ประมาณ 547 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 346,875 ไร่ โดยมีอาณาเขตติดต่อดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ ติดเขต อำเภอเมืองนครพนม
ทิศตะวันตก ติดเขต อำเภอกุลุมาลย์ และอำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร
ทิศใต้ ติดเขต อำเภอนาแก กิ่งอำเภอวังยาง และอำเภอเรณูนคร
ทิศตะวันออก ติดเขต อำเภอเมืองนครพนม และอำเภอเรณูนคร
ลักษณะภูมิประเทศ
       สภาพโดยทั่วไปของอำเภอปลาปากเป็นที่ราบลุ่มสลับกับดอนป่าไม้เบญจพรรณ ซึ่งมีป่าประมาณ 40% ของพื้นที่ ลักษณะของดินเป็นลูกรังปนดินเหนียว ป่าเบญจพรรณนี้เป็นที่หาของป่าของชาวบ้าน อาทิเช่น ผักหวาน ดอกกระเจียว ไข่มดแดง แมงแคง จักจั่น และเห็ดป่าหลายชนิด เช่น เห็ดเผาะหนัง เห็ดบด เห็ดระโงก เป็นต้น ซึ่งเกิดตามฤดูกาลต่างๆ สามารถเก็บของป่าดังกล่าวไปขายสร้างอาชีพและรายได้ให้กับราษฎรในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่ง ผู้คนจึงมีคนขนานนามปลาปากว่าเป็นดินแดนแห่งเห็ดป่า ดอกกระเจียว ไข่มดแดง แมงแคงและจั๊กจั่น
การใช้ประโยชน์จากพื้นที่
      พื้นที่ส่วนใหญ่ใช้ทำการเกษตร คือ การทำนา ทำไร่ และเลี้ยงสัตว์ ด้านทิศเหนือบางส่วนเป็นป่าสงวนแห่งชาติ คือ ป่าดงบ้านโพนสว่างและป่าปลาปาก มีเนื้อที่ 63,750 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อำเภอ
ปลาปาก บริเวณตำบลปลาปาก ตำบลมหาชัย ตำบลโคกสูง และตำบลกุตาไก้ และอำเภอเมืองนครพนม บริเวณตำบลกุรุคุ โดยได้จัดอยู่ในโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถทรงจัดให้ราษฎรในเขตตำบลมหาชัยดูแลรักษาป่าดังกล่าว เพื่อให้คงสภาพป่าดั้งเดิมหรือดีขึ้นกว่าเดิม
ลักษณะภูมิอากาศ
     ภูมิอากาศในเขตอำเภอปลาปาก แบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม – พฤษภาคม มีอากาศร้อนอบอ้าว
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน – กันยายน มีฝนตกชุก
ฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ อากาศหนาวเย็นจัด แห้งแล้ง ลมพัดแรง

การปกครอง
     อำเภอปลาปาก แบ่งการปกครองออกเป็น 8 ตำบล 85 หมู่บ้าน ดังนี้
1.ตำบลปลาปาก 16 หมู่บ้าน 5.ตำบลโคกสูง 10 หมู่บ้าน
2.ตำบลหนองฮี 12 หมู่บ้าน 6.ตำบลมหาชัย 8 หมู่บ้าน
3.ตำบลกุตาไก้ 12 หมู่บ้าน 7.ตำบลโคกสว่าง 8 หมู่บ้าน
4.ตำบลนามะเขือ 11 หมู่บ้าน 8.ตำบลหนองเทาใหญ่ 8 หมู่บ้าน

0
0
0
s2sdefault